✆ 0958644414
✆ 0958644414
ศูนย์สุขภาพ สมรรถภาพ ชาย-หญิง

 
         
 

"เซ็กซ์เสื่อม" อย่ามัวแต่อาย แก้ไขได้‘ปล่อยทิ้งไว้..เสี่ยง!!

รูปประกอบ : "เซ็กซ์เสื่อม" อย่ามัวแต่อาย แก้ไขได้‘ปล่อยทิ้งไว้..เสี่ยง!!
 

คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ ฝ่ายหญิงพาฝ่ายชายมาพบ เพราะเป็นเรื่องยากที่ผู้ชายจะยอมรับว่าตัวเองเป็น แต่ฝ่ายหญิงเห็นถึงความผิดปกติของสามี ยิ่งมาพบช้า จะรักษายาก โดยเฉพาะคนที่ปล่อยไว้จนมีลักษณะไม่แข็งตัวเหมือนเต้าหู้

การ “เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ” ของผู้ชาย ยุคนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเปิดกว้าง ใคร ๆ ก็เป็นกัน แต่จริง ๆ แล้วการมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติก็อาจทำให้หลงทิศหลงทาง ซึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การ “ปล่อยไว้เรื้อรัง”อาจ “ก่อให้เกิดโรคอื่น” ได้!!

“การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ส่วนใหญ่พบในคนไข้ชายที่อยู่ในเมือง ตัวกระตุ้นคือ ความเครียด อายุที่มากขึ้น และการนอนน้อยก็มีผลอย่างมาก เพราะเวลานอนฮอร์โมนเพศชายจะสังเคราะห์ได้มากที่สุด ยิ่งหลับสนิทจะช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศ จึงมีผลให้เวลาตื่นนอนอวัยวะเพศชายมีการแข็งตัว ด้วยช่วงที่นอนฮอร์โมนเพศสร้างขึ้นจนมากพอ ทำให้เกิดการแข็งตัวโดยอัตโนมัติ การแข็งตัวช่วงตื่นนอนเป็นตัวชี้วัดได้ดีว่า คนคนนั้นมีความเสี่ยงโรคสมรรถภาพทางเพศหรือไม่”

...นี่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในทางการแพทย์ โดย นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์ศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ด้านสมรรถภาพทางเพศ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการพบผู้ชายที่ใช้ชีวิตอย่างหนักและเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เดิมพบคนไข้อายุช่วง 50–60 ปี แต่เดี๋ยวนี้มีคนไข้ที่อายุ 20 ปีปลาย ๆ เข้ามาพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเส้นเลือด เนื่องจากอวัยวะเพศชายประกอบด้วยเส้นเลือดจำนวนมาก หากมีภาวการณ์อักเสบของเส้นเลือด ทำให้ไม่เกิดการแข็งตัว หรือมีภาวะ อ้วน คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน ส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ง่ายขึ้น

“ผลวิจัยพบว่า คนที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศเสื่อม พอปล่อยไว้สัก 10 ปี มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจ และเส้นเลือดสมอง มากกว่าคนที่ไม่เสื่อมสมรรถภาพ 50 เท่า ด้วยเส้นเลือดเส้นเล็กที่มีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หากปล่อยไว้นาน ย่อมส่งผลต่อเส้นเลือดใหญ่...จนนำสู่โรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้”

ผู้ชายที่เป็นโรคนี้วัดได้จากการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ถ้าไม่ตื่นตัว แต่อ่อนนุ่มเหมือนเต้าหู้ ดีขึ้นหน่อย เหมือนกล้วยสุกที่ปลอกเปลือก หรือตื่นเช้ามาอวัยวะเพศไม่มีการแข็งตัวหรืออ่อนตัวเร็ว และเริ่มมีน้ำเชื้อน้อยลง แสดงให้เห็นถึงการเริ่ม “มีปัญหา”

ยาที่รักษาโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดปัญหากับคนไข้ที่ใช้ยาโรคหัวใจที่ต้องอมใต้ลิ้น ปัญหาคือ คนไข้มักไม่มาพบแพทย์เนื่องจากอาย แต่ไปซื้อยาทานเอง ทำให้คนไข้ไม่รู้ว่าตนเองต้องทานในปริมาณมากน้อยเท่าไหร่ บางทีการรักษาก็ไม่ได้ใช้ยาอย่างเดียว อาจมีปัจจัยเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันอาจต้องมีการรักษาเรื่องฮอร์โมนร่วมด้วย เนื่องจากผู้ชายไม่มีจุดตัดที่แสดงว่า “เข้าสู่วัยทอง” ชัดเจนเหมือนผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ดังนั้น ทานยาอย่างเดียว ไม่รักษาเกี่ยวกับฮอร์โมนร่วมด้วย อาจไม่ได้ผล

“คนไข้ที่มาพบแพทย์ ส่วนหนึ่งการแข็งตัวของอวัยวะเพศมีปัญหา อีกส่วนเนื่องมาจากฮอร์โมนไม่สมดุล หงุดหงิดง่าย อารมณ์ฉุนเฉียว ขี้เบื่อ อ้วนลงพุงง่าย เฉลี่ยพบในชายอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มมีคนไข้ที่อายุน้อยลง เนื่องจากนอนน้อยมาก ถ้าในผู้ที่อายุมาก ปัจจัยของโรคจะซับซ้อนขึ้นบางคนมีผลมาจากโรคประจำตัว”

คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ ฝ่ายหญิงพาฝ่ายชายมาพบ เพราะเป็นเรื่องยากที่ผู้ชายจะยอมรับว่าตัวเองเป็น แต่ฝ่ายหญิงเห็นถึงความผิดปกติของสามี ยิ่งมาพบช้า จะรักษายาก โดยเฉพาะคนที่ปล่อยไว้จนมีลักษณะไม่แข็งตัวเหมือนเต้าหู้

การสังเกตตัวเอง หากคนไข้ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ต้องพยายามมองหาสาเหตุของภาวะฮอร์โมนต่ำว่ามีภาวะนี้ร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามีอารมณ์ทางเพศปกติ แต่ไม่แข็งตัว ต้องเริ่มมองหาสาเหตุ การเช็กระดับฮอร์โมนเป็นตัวช่วยให้แพทย์เห็นว่า ภาวะที่คนไข้เป็นมีผลมาจากปัจจัยเดียวหรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

สำหรับการรักษา มีการวิเคราะห์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผล หรือทานยาร่วมด้วย แต่ถ้าไม่ดีขึ้นอาจต้องใช้กระบอกสุญญากาศเข้ามาช่วย หรือใช้คลื่นความถี่ต่ำช็อตเข้าไปในแกนองคชาต โดยวิธีนี้ส่วนหนึ่งใช้ในคนที่มีภาวะองคชาตบิดเบี้ยว แต่ถ้าลองรักษาในวิธีเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้ยาฉีดทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์

ถ้าแย่ไปกว่านั้นก็อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนแกนองคชาต ซึ่งถือว่ายุ่งยาก หากต้องการมีเพศสัมพันธ์ต้องกดเครื่องให้ทำงานจนมีการแข็งตัว อีกกรณีอาจผ่าตัดฝังแกนองคชาตเทียม ซึ่งก็ยุ่งยากมาก เนื่องจากอวัยวะจะแข็งตัวจนยุ่งยากในการใช้ชีวิต และวัสดุมีอายุการใช้งาน 5–10 ปีโดยเฉลี่ย

ปัญหาหนึ่งที่มักเจอคือ คนไข้ทานยาปลอมที่ซื้อมาจากร้านค้าที่ไม่น่าเชื่อถือ พอไม่ได้ผลคนไข้จะทานยาในปริมาณมากขึ้นจนเกินขนาด จนมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ยา ขณะเดียวกัน ตอนนี้มียาสมุนไพรที่พยายามทำให้ดูทานง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งที่ต้องรู้คือ ยาสมุนไพรจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ ไม่ใช่ทานวันเดียวแล้วได้ผลเลย แต่ถ้ายาสมุนไพรตัวไหนทานแล้วได้ผลเลยจะมีการผสมยาที่ช่วยในการแข็งตัวเข้าไปด้วย

อย่าง “ถั่งเช่า” เป็นสมุนไพรที่ช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ แต่ต้องทานเป็นเดือนกว่าจะเห็นผล ซึ่งหลายคนมองว่ายาสมุนไพรกินแล้วปลอดภัย แต่ในตัวยาสมุนไพรที่เห็นผลทันทีย่อมจะส่งผลเสียต่อคนไข้เพราะมีตัวยาอื่นผสมอยู่ด้วย!!

ทั้งนี้ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมถือเป็นความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งคนที่มีภาวะป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำงานกลับมาบ้านยังเหนื่อย ๆ แล้วมีเลย ทั้งที่ร่างกายยังล้า เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง โดยคนกลุ่มนี้เหมาะกับการมีเพศสัมพันธ์ในตอนเช้า เพราะร่างกายได้พักมาเต็มที่ และไม่ต้องใช้ตัวเสริมอื่นเท่าไหร่ เนื่องจากตอนเช้าตื่นมาจะมีภาวการณ์แข็งตัวโดยธรรมชาติช่วยอยู่แล้ว ถ้าหากต้องใช้ยาก็ใช้แค่ปริมาณน้อยกว่าช่วงเวลาอื่น

อย่างไรก็ดี การ “รักษาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ” ที่ดี ต้องทำแต่เนิ่น ๆ และ ปรับเปลี่ยนการนอนให้เพียงพอ ขณะเดียวกันต้อง หยุดสูบบุหรี่ ทานอาหารให้เหมาะสม และที่สำคัญที่ควรต้องคำนึงถึงคือ ภาวะอาการนี้ถือเป็น “สัญญาณเตือน” ที่อาจจะนำสู่โรคอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากมัวแต่อายไม่ไปพบแพทย์ อาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้

“ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ” ยุคนี้ “ไม่ใช่เรื่องน่าอาย” อีกต่อไป ขณะที่หากปล่อยไว้นานอาจเกิดโรคร้ายคุกคาม อาจนำไปสู่โรคอื่นที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติ สิ่งต่าง ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีเพื่อ “สุขภาพทางเพศ” ที่ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2559
อ่านต่อ http://www.dailynews.co.th/article/390944